เป็น PCOS อยากมีลูก เป็นไปได้ไหม วิธีไหนเพิ่มโอกาสมีลูกบ้าง

คุณผู้หญิงหลายคนที่มีภาวะ PCOS อยู่คงจะสงสัยกันอย่างมากว่าหากตนเองเป็น PCOS อยากมีลูกได้ไหม และมีวิธีไหนช่วยได้บ้าง อย่างที่ทราบกันดีว่าภาวะ PCOS นั้นจะมีผลต่อการตั้งครรภ์โดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณผู้หญิงที่เป็น PCOS จะไม่สามารถมีลูกได้เลย เพราะหากดูแลสุขภาพเป็นอย่างดีภายใต้การดูแลรักษาโดยแพทย์ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้
ดูแลสุขภาพผู้หญิง เพื่อโอกาสของการมีบุตรที่เป็นไปได้
บริการตรวจและประเมินภาวะมีบุตรยาก พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคล เพื่อการตัดสินใจอย่างมั่นใจ
ดับเบิ้ลยูไลฟ์ คลินิกเฉพาะทางสูตินรีวช เชี่ยวชาญการตรวจและประเมินภาวะมีบุตรยาก กรุงเทพมหานครฯ
เป็น PCOS มีลูกยากไหม?
การเป็น PCOS ทำให้มีลูกยากขึ้นจริง หากคุณผู้หญิงปล่อยไว้ไม่รีบรักษา โอกาสตั้งครรภ์อาจจะลดน้อยลง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-20% และหากไม่มีการตกไข่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โอกาสที่จะตั้งครรภ์มีเพียง 0.5% เท่านั้น แต่ในกรณีที่เข้ารับการรักษาทางการแพทย์ อัตราการตกไข่จะกลับมาอยู่ที่ประมาณ 70-80% และมีโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จเฉลี่ย 50-60% หลังเข้ารับการรักษาประมาณ 6 เดือน (เพราะเป็นระยะเวลามาตรฐานในการใช้ยากระตุ้นไข่เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ และเป็นจุดตัดที่แพทย์ใช้ประเมินว่าควรขยับไปรักษาในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่)
ทำไมคนเป็น PCOS มีลูกยากกว่าคนอื่น?
โรค PCOS มีผลโดยตรงต่อระบบสืบพันธุ์และการทำงานของรังไข่ เนื่องจากภาวะดังกล่าวจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) สูงกว่าปกติ จนแสดงอาการ PCOS ออกมาชัดเจน เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ผิวมัน สิวขึ้นเรื้อรัง ขนดกตามร่างกาย หรือน้ำหนักขึ้นง่ายผิดปกติ
ในขณะเดียวกัน ฮอร์โมนที่มากเกินจะเข้าไปรบกวนกระบวนการเจริญเติบโตของไข่ ส่งผลให้ไข่หยุดการพัฒนาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและกลายเป็นถุงน้ำขนาดเล็กสะสมอยู่ในรังไข่ เมื่อไม่มีการตกไข่ตามธรรมชาติ เยื่อบุผนังมดลูกจึงไม่หลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน และเมื่อปราศจากไข่ที่พร้อมสำหรับการปฏิสนธิกับอสุจิ โอกาสในการตั้งครรภ์ของผู้ป่วยภาวะนี้จึงลดลงกว่าปกติ
สาเหตุที่ทำให้คนเป็น PCOS มีลูกยาก เกิดจากอะไร?
แม้คนส่วนใหญ่จะรู้กันดีว่าคนเป็น PCOS จะมีภาวะไข่ไม่ตกที่ทำให้มีลูกยาก แต่ที่จริงแล้ว ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัญหารังไข่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจากความผิดปกติของระบบฮอร์โมนและระบบเผาผลาญในร่างกายที่ทำงานผิดเพี้ยนในหลายจุดที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องกันเป็นโดมิโน สำหรับสาเหตุที่ทำให้คนเป็น PCOS มีลูกยากมีดังนี้
1. ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง (Anovulation)
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในบรรดาสาเหตุทั้งหมด เนื่องจากผู้ป่วยภาวะ PCOS จะมีฮอร์โมน LH (Luteinizing Hormone) สูงกว่าฮอร์โมน FSH (Follicle Stimulating Hormone) ซึ่งระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลนี้จะเข้าไปขัดขวางกระบวนการกระตุ้นการตกไข่ตามธรรมชาติ ส่งผลให้ฟองไข่หยุดการเจริญเติบโตและสะสมเป็นถุงน้ำขนาดเล็กบริเวณรังไข่ ทำให้ไม่มีฟองไข่ที่เจริญเติบโตสมบูรณ์พอสำหรับการตกไข่ และเมื่อไม่มีการตกไข่ อสุจิก็จะเข้าไปปฏิสนธิไม่ได้ ส่งผลให้โอกาสการตั้งครรภ์ในรอบเดือนนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
2. ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance)
เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยภาวะ PCOS แม้ว่าผู้ป่วยจะมีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ ภาวะดังกล่าวเกิดจากเซลล์ในร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินได้น้อยลง ตับอ่อนจึงต้องผลิตฮอร์โมนอินซูลินออกมาเพิ่มขึ้นเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เมื่อระดับอินซูลินในกระแสเลือดสูงเกินไปจะกระตุ้นรังไข่ให้ผลิตฮอร์โมนเพศชายออกมามากยิ่งขึ้น ทำให้ระบบการทำงานของรังไข่แปรปรวนและรบกวนการเจริญเติบโตของไข่ นอกจากนี้ ภาวะดื้ออินซูลินยังส่งผลต่อคุณภาพของเซลล์ไข่และสภาพแวดล้อมภายในรังไข่ ทำให้โอกาสปฏิสนธิและการพัฒนาของตัวอ่อนลดลงตามไปด้วย
3. คุณภาพของเซลล์ไข่ลดลง
แม้ในบางรอบเดือนของผู้ป่วยภาวะ PCOS จะมีการตกไข่ แต่ความไม่สมดุลของฮอร์โมนและสภาพแวดล้อมภายในรังไข่ที่ไม่เหมาะสมเรื้อรัง รวมถึงภาวะเครียด (Oxidative Stress) ที่พบร่วมกับภาวะดื้ออินซูลิน อาจส่งผลต่อคุณภาพและโครงสร้างระดับเซลล์ของไข่โดยตรง ทำให้ความสมบูรณ์ของเซลล์ไข่ลดลง โครโมโซมเสี่ยงต่อความผิดปกติมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการปฏิสนธิกับอสุจิสำเร็จลดลงด้วย หรือหากเกิดการปฏิสนธิขึ้นจริง ตัวอ่อนที่ได้อาจพัฒนาการไม่สมบูรณ์และนำไปสู่ภาวะแท้งบุตรในระยะเริ่มต้นได้ด้วย
4. สภาพเยื่อบุผนังมดลูกไม่เหมาะต่อการฝังตัว
เมื่อเกิดภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง ส่งผลให้ร่างกายขาดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญที่ช่วยเตรียมความพร้อมของผนังมดลูก ในขณะเดียวกัน ร่างกายยังคงผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ออกมาอย่างต่อเนื่อง ความไม่สมดุลนี้ที่ทำให้เยื่อบุผนังมดลูกหนาตัวขึ้นผิดปกติและขาดความสมบูรณ์เชิงโครงสร้าง ส่งผลให้ตัวอ่อนไม่สามารถยึดเกาะหรือฝังตัวได้ตามปกติ และอาจเสี่ยงต่อการหลุดลอกก่อนกำหนด ทำให้กระบวนการตั้งครรภ์ไม่สมบูรณ์
5. สัดส่วนฮอร์โมน LH และ FSH เสียสมดุล
โดยปกติแล้ว สมองส่วนไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมน LH และ FSH ออกมาในสัดส่วนที่พอเหมาะ เพื่อคัดเลือกและกระตุ้นไข่ให้เจริญเติบโตจนตกตามรอบเดือน แต่ในผู้ป่วย PCOS ระบบการสั่งการนี้จะทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมน LH สูงกว่า FSH อย่างต่อเนื่อง (อัตราส่วน LH ต่อ FSH สูงเกิน 2:1 ขึ้นไป) ความผิดปกตินี้เองจะเข้าไปรบกวนระยะการพัฒนาของฟองไข่ตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้กระบวนการคัดเลือกไข่ล้มเหลวและส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้รอบประจำเดือนคลาดเคลื่อนหรือมาไม่สม่ำเสมอ
ถ้าเป็น PCOS อยากมีลูก ทำอย่างไรดี?
1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนไข้
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณผู้หญิงเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายที่สุดและทำได้ทันที โดยเริ่มจากการปรับอาหารเป็นกลุ่มดัชนีน้ำตาลต่ำ ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากคุณผู้หญิงลดน้ำหนักลงเพียง 5-10% ของน้ำหนักตัวเดิม ก็จะช่วยลดภาวะดื้ออินซูลินและระดับฮอร์โมนเพศชายลง ส่งผลให้รังไข่ตอบสนองดีขึ้น และมีโอกาสกลับมาตกไข่ตามธรรมชาติได้สูงถึง 40-50%
2. ใช้ยาทานกระตุ้นการตกไข่
หากปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ตกไข่ แพทย์จะจ่ายยารับประทาน เช่น Letrozole หรือ Clomiphene Citrate เพื่อกระตุ้นให้ไข่เจริญเติบโตและตกตามรอบเดือน ร่วมกับการอัลตราซาวนด์ติดตามขนาดไข่และกำหนดวันปฏิสนธิ นับเป็นวิธีที่ช่วยเพิ่มอัตราการตกไข่ได้สูงถึง 70-80%
3. ฉีดอสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก
กรณีที่คนไข้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและรับยาตามแพทย์สั่งแล้วยังไม่เห็นผล แพทย์จะพิจารณาการทำ IUI โดยใช้ยากระตุ้นไข่ควบคู่กับการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรงที่สุด แล้วใช้สายยางขนาดเล็กฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรงในช่วงที่ไข่ตก เพื่อลดระยะเดินทางของอสุจิและเพิ่มโอกาสปฏิสนธิ
4. ใช้ยาฉีดกระตุ้นไข่
หากร่างกายไม่ตอบสนองกับยารับประทาน แพทย์จะปรับมาใช้ยาฉีดฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นรังไข่โดยตรง ทั้งนี้การใช้ยาฉีดกระตุ้นไข่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์เฉพาะทาง เพื่อป้องกันภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) และควบคุมไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์แฝดซ้อนหลายคน
5. ทำเด็กหลอดแก้ว
การทำ IVF และ ICSI เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ขั้นสูงที่ใช้กับผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จจากวิธีก่อนหน้านี้ หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย โดยแพทย์จะฉีดยากระตุ้นเพื่อเก็บไข่ออกมาคัดเลือกภายนอกร่างกาย แล้วนำมาปฏิสนธิกับอสุจิในห้องปฏิบัติการจนได้ตัวอ่อนที่สมบูรณ์ ก่อนจะเลี้ยงและย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก ซึ่งเป็นวิธีที่มีอัตราความสำเร็จต่อรอบสูงกว่าวิธีอื่น
ทำไมคนเป็น PCOS รักษาแล้วก็ยังมีลูกยาก?
หลายคนมักจะสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมผู้ป่วย PCOS ทานยาหรือฉีดฮอร์โมนกระตุ้นแล้วยังตั้งครรภ์ยาก นั่นหมายความว่าอาจเกิดจากภาวะดื้อยากระตุ้นไข่ที่เกิดจากการดื้ออินซูลินระดับสูง และฮอร์โมนเพศชายในร่างกายที่เข้าไปขัดขวางไม่ให้เซลล์ไข่ตอบสนองต่อยา
ยิ่งไปกว่านั้น แม้จะใช้ยาฉีดจนไข่ตกสำเร็จ ฮอร์โมนที่ผันผวนก็อาจทำให้เยื่อบุผนังมดลูกบางจนตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัว หรือเกิดภาวะไข่เจริญเติบโตพร้อมกันมากเกินไป บวกกับปัจจัยแฝงอื่นที่เราอาจไม่ได้สังเกต เช่น คุณภาพของไข่ที่ไม่สมบูรณ์จากภาวะถุงน้ำในรังไข่ ท่อนำไข่อุดตัน หรือคุณภาพอสุจิของฝ่ายชาย ทำให้การกระตุ้นไข่อย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอนั่นเอง
เป็น PCOS ยังมีโอกาสมีลูกได้ หากได้รับการดูแลจากแพทย์
สำหรับคุณผู้หญิงที่ยังกังวลอยู่ว่าเป็น PCOS มีลูกได้ไหม เราขอย้ำอีกทีว่ามีได้แน่นอน เพราะในทางการแพทย์ถือว่าภาวะ PCOS เป็นภาวะที่สามารถรักษาและจัดการได้ แม้ฮอร์โมนที่ผันผวนจะทำให้ไข่ไม่ตกตามธรรมชาติ แต่หากได้รับการดูแลอย่างถูกต้องจากแพทย์เฉพาะทางด้านการเจริญพันธุ์หรือสูตินรีแพทย์อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ร่างกายปรับสมดุลฮอร์โมนและกระตุ้นให้เกิดการตกไข่ได้จริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์จากที่เคยต่ำให้กลับมาสูงขึ้นได้อีกครั้ง ขอเพียงเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
ท้ายที่สุดนี้ หากคุณผู้หญิงลองพยายามมาแล้วหลายวิธี หรือเคยรักษาจากที่อื่นแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จสักที สำหรับที่ W Life Clinic เราจะวิเคราะห์ไปถึงต้นตอของปัญหาฮอร์โมน ภาวะดื้ออินซูลิน คุณภาพของไข่ และปัจจัยอื่น ๆ ของร่างกายแบบรายบุคคล เพื่อวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์มากเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการรักษามีบุตรยากที่พร้อมจะเปลี่ยนทุกความกังวลให้กลายเป็นแผนตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง
