อยากมีลูก เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ช่วยได้ไหม มีวิธีไหนบ้าง

รู้หรือไม่ว่าคู่รักในไทยส่วนใหญ่ตัดสินใจมีลูกช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลจากกรมอนามัยในปี 2568 ระบุว่าอัตราการเกิดของเด็กไทยลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 70 ปี โดยเฉลี่ยคุณแม่ยุคใหม่เริ่มวางแผนตั้งครรภ์ครั้งแรกในช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ศักยภาพในการเจริญพันธุ์เริ่มลดสวนทางกับความพร้อมด้านอื่น ๆ ปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องของข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคใหญ่สำหรับคู่รักหลายคู่เลยก็ว่าได้ แต่ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่เข้ามาช่วยให้คู่รักหลายคู่ประสบความสำเร็จกันมานักต่อนักแล้ว แล้ววิธีธรรมชาติยังจำเป็นอยู่ไหม มีเทคโนโลยีไหนให้เลือกบ้าง มาหาคำตอบได้ในบทความนี้
ดูแลสุขภาพผู้หญิง เพื่อโอกาสของการมีบุตรที่เป็นไปได้
บริการตรวจและประเมินภาวะมีบุตรยาก พร้อมคำแนะนำเฉพาะบุคคล เพื่อการตัดสินใจอย่างมั่นใจ
กลไกการปฏิสนธิตามธรรมชาติยังตอบโจทย์หรือไม่ ในวันที่อายุมากขึ้น?
หากพูดถึงวิธีการมีลูกแบบธรรมชาติแล้ว จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือการทำงานที่สอดประสานกันของระบบสืบพันธุ์ทั้งสองฝ่าย ในแต่ละเดือนรังไข่ของฝ่ายหญิงจะผลิตเซลล์ไข่ที่สมบูรณ์ออกมาเพียงใบเดียวเพื่อรอการปฏิสนธิ ในขณะที่ฝ่ายชายจะต้องหลั่งอสุจิจำนวนมากเพื่อเดินทางผ่านด่านต่าง ๆ เข้าไปในมดลูกจนถึงท่อนำไข่ ซึ่งเป็นจุดนัดพบที่อสุจิเพียงตัวเดียวที่แข็งแรงที่สุดจะเจาะทะลุเปลือกไข่เพื่อรวมตัวกันเป็นตัวอ่อน ก่อนจะเคลื่อนตัวกลับไปฝังตัวที่โพรงมดลูกเพื่อเจริญเติบโตเป็นทารก
แม้ว่าวิธีการปฏิสนธิแบบธรรมชาติจะเป็นจุดเริ่มต้นพื้นฐานที่ดูเรียบง่ายที่สุด แต่ในความเป็นจริง กลไกนี้ซับซ้อนและแปรผันตรงตามอายุของคุณพ่อคุณแม่อย่างมีนัยสำคัญ หัวใจหลักอยู่ที่การเดินทางมาบรรจบกันอย่างพอดิบพอดีของเซลล์ไข่ที่สมบูรณ์จากรังไข่และอสุจิที่แข็งแรงในท่อนำไข่ แต่สำหรับกลุ่มคนที่มีลูกยากหรือเริ่มวางแผนครอบครัวในวันที่อายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหลังอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวนและคุณภาพของไข่ที่ลดลงมักเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การปฏิสนธิเกิดขึ้นได้ยาก ทำเอาคุณพ่อคุณแม่หลายคู่ถอดใจกันมาเยอะแล้ว
เพราะการปฏิสนธิตามธรรมชาติจะต้องอาศัยความแม่นยำสูง ตั้งแต่การตกไข่ที่ต้องเกิดขึ้นในเวลาจำกัดเพียง 12 – 24 ชั่วโมง ไปจนถึงการเดินทางของอสุจิในสภาพแวดล้อมที่อาจไม่เอื้ออำนวยในมดลูกเพื่อไปปฏิสนธิที่ท่อนำไข่ ยิ่งเมื่อคุณเข้าสู่วัยที่ร่างกายเริ่มถดถอย ความสมบูรณ์ของระบบรังไข่ก็อาจลดลง ส่งผลให้วงจรการตกไข่ไม่สม่ำเสมอ หรือผนังมดลูกฝังตัวยากขึ้น กลายเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากมีลูกในวัยนี้ เพราะแค่ปัจจัยด้านคุณภาพเซลล์เพียงอย่างเดียว ก็อาจทำให้โอกาสปฏิสนธิสำเร็จลดน้อยลงจนกลไกแบบธรรมชาติอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป
ทำไมเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ถึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนวัยนี้
เพราะเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ช่วยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านคุณภาพเซลล์และจังหวะเวลาได้อย่างแม่นยำกว่าแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะในวัยที่ระบบรังไข่และมดลูกเริ่มเสื่อมถอยลง เช่น การกระตุ้นไข่ร่วมกับการฉีดเชื้อ หรือ Intrauterine insemination (IUI) จะเป็นการเตรียมอสุจิที่วิ่งได้ดี ไปวางในโพรงมดลูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใกล้ไข่ที่สุด ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดโดยอาศัยการใช้ยากระตุ้นไข่ และการอัลตราซาวด์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้มากกว่ากลไกตามธรรมชาติได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ In vitro fertilization (IVF) ซึ่งปัจจุบันพัฒนาเป็นการทำอิกซี่ หรือ Intracytoplasmic sperm injection (ICSI) จะเป็นการเก็บเซลล์ไข่ และอสุจิเพื่อไปปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการ แล้วคัดเลือกตัวอ่อนคุณภาพดีเพื่อใส่ในโพรงมดลูกโดยตรง นับเป็นวิธีที่อัตราความสำเร็จสูงที่สุด
เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์มีกี่วิธี อะไรบ้าง
1. IUI (Intrauterine Insemination)
IUI หรือการฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง เป็นเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกับการปฏิสนธิตามธรรมชาติมากที่สุด แต่สามารถเพิ่มโอกาสความสำเร็จให้มากขึ้นด้วยกระบวนการคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะคัดอสุจิที่เคลื่อนที่ได้ดีออกมาจากน้ำอสุจิส่วนอื่น ๆ แล้วฉีดตัวอสุจิเหล่านั้นเข้าไปในโพรงมดลูกโดยใช้ท่อขนาดเล็ก ในช่วงเวลาที่ไข่ตกพอดี วิธีนี้ช่วยลดระยะทางการว่ายของอสุจิและข้ามอุปสรรคต่าง ๆ ในช่องคลอดหรือปากมดลูก ทำให้ตัวอสุจิกับไข่มีโอกาสพบกันได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับคู่รักที่ฝ่ายหญิงยังมีท่อนำไข่ที่ปกติและฝ่ายชายมีเชื้ออสุจิอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
อย่างไรก็ตาม การทำ IUI ยังคงอาศัยการปฏิสนธิเองภายในร่างกาย ดังนั้นปัจจัยด้านความสมบูรณ์ของไข่ และอสุจิจะยังคงมีผลต่ออัตราความสำเร็จพอสมควร หากฝ่ายชายมีปัญหาปริมาณอสุจิน้อย การเคลื่อนไหวไม่ดี การทำ IUI ก็ยังถือเป็นทางเลือกที่ไม่ดีมากนัก
2. IVF (In Vitro Fertilization) และ ICSI (Intracytoplasmic sperm injection)
IVF หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักในชื่อ “การทำเด็กหลอดแก้ว” เป็นเทคโนโลยีระดับสูงที่ทำการปฏิสนธินอกร่างกาย โดยแพทย์จะกระตุ้นไข่และเก็บไข่ที่สมบูรณ์ออกมาจากฝ่ายหญิง จากนั้นค่อยนำมาผสมกับอสุจิที่คัดเลือกมาแล้วในห้องปฏิบัติการ โดยในปัจจุบัน เรานิยมทำ อิ๊กซี่ (ICSI) คือการใส่เข้าไปในเซลล์ไข่โดยตรงผ่านเข็มขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิให้ดีขึ้น เมื่อเกิดการปฏิสนธิ และตัวอ่อนเจริญเติบโตจนแข็งแรงตามเกณฑ์ แพทย์จึงย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการฝังตัวและตั้งครรภ์
สำหรับข้อดีของ IVF/ICSI คือความสามารถในการแก้ปัญหาเรื่องท่อนำไข่ตีบหรือตัน ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ของการปฏิสนธิแบบธรรมชาติ รวมถึงคู่ที่ฝ่ายชายมีปัญหาน้ำเชื้อน้อย นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้เทคนิคการคัดกรองพันธุกรรมก่อนใส่ตัวอ่อน (Preimplantation Genetic testing; PGT) ทำให้การคัดเลือกตัวอ่อนแม่นยำมากขึ้น ช่วยลดอัตราการแท้งได้อย่างมีนัยสำคัญ
ถ้าเราเริ่มอายุมากขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีคู่ เราสามารถเตรียมตัวอย่างไรได้บ้าง ก็คงต้องพูดถึงการฝากเซลล์ไข่ โดยกระบวนการจะเหมือนการทำ IVF เพียงแต่เราจะแช่แข็งเซลล์ไข่ไว้ โดยยังไม่ได้ปฏิสนธินั่นเอง หากคุณยังไม่พร้อมจะมีบุตรในตอนนี้ แต่กังวลเรื่องคุณภาพไข่ที่จะเสื่อมถอยลงตามนาฬิกาชีวิต การฝากไข่ถือเป็นการหยุดเวลาของเซลล์ไข่ไว้ ณ วันที่ร่างกายยังสมบูรณ์ที่สุด เพื่อเก็บไว้ใช้ปฏิสนธิในอนาคตเมื่อคุณมีความพร้อมเต็มที่ในปัจจุบันมีนวัตกรรมการแช่แข็งแบบผลึกแก้วจะช่วยให้เซลล์ไข่ที่ถูกเก็บรักษาไว้คงความสมบูรณ์ได้เกือบ 100% เพื่อรอวันนำมาละลายมาทำ IVF หรือ ICSI ในอนาคต โอกาสสำเร็จจะขึ้นอยู่กับอายุของไข่ ณ วันที่เก็บ ไม่ใช่อายุจริงของคุณแม่ในวันที่ตั้งครรภ์ ดังนั้นการเข้ามาปรึกษาเรื่องการฝากไข่ที่คลินิกสูตินรีเวชตั้งแต่อายุยังไม่มาก จึงเปรียบเสมือนการหยุดเวลาให้กับโอกาสในการมีลูก เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตและทำตามเป้าหมายได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่านาฬิกาชีวิตจะเดินล่วงหน้าไปก่อนความพร้อมของคุณ
เทคโนโลยีการตั้งครรภ์แบบไหนเหมาะกับคุณที่สุด?
แนะนำว่าควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อการวางแผน เพราะรายละเอียดของแต่ละเคสมีความแตกต่างกัน โดยคุณหมอจะพิจารณาตามผลตรวจ เพื่อประเมินโอกาสในการตั้งครรภ์ด้วยการรักษาแบบต่าง ๆ เช่น หากคุณยังอายุน้อยและผลตรวจสุขภาพเบื้องต้นผ่านเกณฑ์ การทำ IUI อาจเป็นคำตอบที่คุ้มค่า ในขณะที่คู่ที่อายุมากขึ้น พยายามมานานแล้วยังไม่สำเร็จ หรือมีปัญหาตัวอสุจิไม่ค่อยดี การขยับมาใช้ IVF หรือ ICSI ร่วมกับการตรวจ PGT คือทางเลือกที่มีประสิทธิภาพที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุทั้งฝั่งไข่และอสุจิแล้ว ยังช่วยคัดกรองความสมบูรณ์ของโครโมโซมเพื่อมอบความมั่นใจว่าลูกน้อยจะเกิดมาแข็งแรงและปลอดภัยที่สุด
สรุปส่งท้าย: เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ช่วยได้ 100% ไหม?
แม้ว่าเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์จะช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้มากขึ้น แต่ก็มีคู่สมรสจำนวนมากที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะสุดท้าย อัตราการตั้งครรภ์จะขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของเซลล์ไข่ และอสุจิเป็นสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม การทำความเข้าใจสภาพร่างกายของทั้งสองฝ่ายก็ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากโอกาสการตั้งครรภ์จะสูงขึ้นแล้ว ยังเป็นผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของทั้ง 2 ฝ่ายอีกด้วย
ภาวะมีบุตรยาก มักไม่มีอาการผิดปกติที่ชัดเจน โดยเฉพาะฝ่ายชายที่ส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการผิดปกติอะไรเลย ดังนั้นถึงแม้ว่าภายนอกจะดูปกติ แต่การตรวจความพร้อมมีบุตรอย่างละเอียดก็ยังช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าพื้นฐานร่างกายของคุณยังเอื้อต่อการปฏิสนธิเองมากน้อยแค่ไหน มีจุดใดที่ต้องปรับจูนเพื่อให้โอกาสในการมีลูกเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุดก่อนจะเริ่มวางแผนในขั้นตอนต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการปฏิสนธิตามธรรมชาติหรือการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ก็ตามในปัจจุบันบริการตรวจน้ำเชื้อ ราคาเข้าถึงง่ายกว่าแต่ก่อน นอกจากจะช่วยให้คุณทราบถึงความแข็งแรงและจำนวนของอสุจิได้อย่างแม่นยำ ยังช่วยให้คุณและคู่รักไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกกับวิธีธรรมชาติที่อาจไม่ได้ผล เพราะการรู้ต้นเหตุที่ชัดเจนตั้งแต่วันนี้ จะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาภาวะมีลูกยากได้ในระยะยาว
