HPV คืออะไร สาเหตุและวิธีการป้องกัน

HPV คืออะไร

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสผิวหนังอย่างใกล้ชิด หรือการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสาเหตุของหูดที่อวัยวะเพศและมะเร็งปากมดลูก โดยปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไวรัส HPV ที่สามารถลดความเสี่ยงของการติดเชื้อได้ ทั้งนี้ข้อมูลด้านล่างคือรายละเอียดของเชื้อ HPV สาเหตุการเกิดโรคและวิธีการป้องกัน การตรวจ HPV เพื่อให้เข้าใจอันตรายของไวรัสได้ดียิ่งขึ้น

HPV คืออะไร?

ไวรัส HPV เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยในผู้หญิง ซึ่งโดยปกติมักจะไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง เชื้อไวรัส HPV มีมากกว่า 100 ชนิด โดยประเภทของ HPV และความรุนแรงของแต่ละสายพันธุ์แบ่งเป็น 2 ชนิดประกอบด้วย

  • ไวรัส HPV ชนิดที่มีความเสี่ยงต่ำ คือ สายพันธุ์ 6 และ 11 มักทำให้เกิดหูดบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก ซึ่งหูดจะปรากฏขึ้นภายในระยะเวลาไม่นานหลังจากได้รับเชื้อ
  • ไวรัส HPV ชนิดที่มีความเสี่ยงสูง คือ สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, และ 42 สามารถก่อให้เกิดมะเร็งได้

HPV ติดต่อกันได้อย่างไร?

  1. การมีเพศสัมพันธ์ เชื้อจะแพร่กระจายผ่านทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปาก โดยไวรัสสามารถแพร่กระจายได้แม้ว่าผู้ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการใด ๆ ก็ตาม
  2. การสัมผัสผิวหนังซึ่งเป็นรอยโรคโดยตรง แม้ว่าจะพบได้น้อย แต่ถ้าสัมผัสหูดที่มือหรือเท้า ก็สามารถติดโรคได้
  3. จากแม่สู่ลูก แม่ที่ติดเชื้อ HPV สามารถแพร่เชื้อไวรัสไปยังทารกได้ระหว่างการคลอดบุตร ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดภาวะ papillomatosis ในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นภาวะที่หูดจะเติบโตในลำคอของทารก

อาการของการติดเชื้อ HPV

ถ้าติดเชื้อ HPV โดยส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการที่ชัดเจนเนื่องจากร่างกายจะกำจัดเชื้อไวรัสได้ก่อน แต่ถ้าปรากฏอาการ จะมีลักษณะดังนี้

  1. หูด อาจปรากฏตุ่มนูนหยาบที่มือและนิ้ว ทำให้เจ็บปวด มีเลือดออก หูดที่ฝ่าเท้าจะมีลักษณะเป็นตุ่มเนื้อแข็งเป็นเม็ดเล็ก ๆ มักเกิดขึ้นที่ส้นเท้าหรือฝ่าเท้า หูดบริเวณอวัยวะเพศจะมีลักษณะเป็นแผลแบน ๆ ตุ่มเล็ก ๆ เหมือนดอกกะหล่ำ ในผู้หญิง มักจะเกิดขึ้นที่ช่องคลอด แต่สามารถเกิดขึ้นใกล้ทวารหนักและปากมดลูกได้เช่นกัน ในผู้ชาย เกิดขึ้นที่องคชาตและอัณฑะ หรือรอบทวารหนัก หูดบริเวณอวัยวะเพศอาจทำให้คันหรือรู้สึกเจ็บได้
  2. มะเร็ง ที่พบได้บ่อย คือ มะเร็งปากมดลูกซึ่งจะมีภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด หรือตกขาวผิดปกติ และอาจมีอาการปวดร่วมด้วย ส่วนมะเร็งชนิดอื่นจะพบได้น้อยกว่า ได้แก่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต มะเร็งลำคอ มะเร็งช่องคลอด และมะเร็งปากช่องคลอด

HPV กับโรคมะเร็ง

ไวรัส HPV ชนิดที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 สามารถทำให้เซลล์เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งบริเวณอวัยวะเพศ เช่นเดียวกันถ้าได้รับเชื้อทางปาก ไวรัส HPV จะส่งผลต่อคอ โคนลิ้น และต่อมทอนซิล ทำให้เป็นมะเร็งในช่องปาก

วิธีป้องกันการติดเชื้อ HPV

  1. รับวัคซีนป้องกันไวรัส HPV โดยปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันไวรัส HPV ทั้งชนิดที่มีความเสี่ยงสูงและมีความเสี่ยงต่ำ ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี ซึ่งอาจมีข้อกำหนดในการฉีดแตกต่างกันไปตามประเภทวัคซีน
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสผิวหนังบริเวณที่มีหูด ควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ แต่เนื่องจากเชื้อ HPV ติดต่อผ่านการสัมผัส การใช้ถุงยางอนามัยจึงไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด ทว่าสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้
  3. กำหนดการตรวจ HPV เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งจะทำให้พบรอยโรคได้อย่างรวดเร็ว โดยทำได้ทั้งการตรวจภายในหรือการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อหรือเนื้อเยื่อเพื่อทดสอบในห้องปฏิบัติการ

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางดับเบิ้ลยูไลฟ์คลีนิค
คลินิกเฉพาะทางสูตินรีเวช

การรักษาเมื่อได้รับเชื้อ HPV

กรณีเป็นหูดอาจจะต้องผ่าตัดร่วมกับการใช้ยาทาภายนอก แต่ถ้าได้รับเชื้อชนิดที่มีความเสี่ยงสูงจำเป็นต้องตรวจ HPV หรือตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เพื่อลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง

เมื่อพบอาการผิดปกติของร่างกายและคิดว่ามีความเสี่ยงที่อาจจะได้รับเชื้อไวรัส HPV ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจ HPV การตรวจพบโรคตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น จะทำให้การรักษาทำได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที ลดระยะเวลาในการรักษา และทำให้อาการไม่รุนแรงจนถึงแก่ชีวิต