วิธีดูที่ตรวจครรภ์ เช็กให้ชัวร์ว่าท้องไหม?

หากคุณกำลังสงสัยว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์อยู่หรือไม่ ในเบื้องต้นอาจจะสามารถสังเกตได้ด้วยตัวเองผ่านอาการโดยทั่วไปของคนท้องเช่น คลื่านไส้ อาเจียน และอาการร่วมอื่น ๆ แต่เพื่อความแน่ใจควรตรวจด้วยที่ครวจครรภ์ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง หรือตรวจกับคลินิกสูตินรีเวชโดยตรง โดยในบทความนี้ดับเบิ้ลยูไลฟ์คลินิกยินดีพาคุณผู้หญิงทุกท่านไปทำความรู้จักว่า วิธีตรวจครรภ์มีกี่วิธี วิธีดูที่ตรวจครรภ์ รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่ควรรู้ในการตรวครรภ์อีกด้วยค่ะ
ดูแลคุณแม่และลูกน้อย ด้วยความใส่ใจในทุกช่วงการตั้งครรภ์
ดูแลสุขภาพคุณแม่และพัฒนาการของลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง
อาการบ่งบอกว่ากำลังตั้งครรภ์
ก่อนที่จะหาวิธีดูที่ตรวจครรภ์ ลองสังเกตอาการคนท้องดูก่อน เพราะผู้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนจะมี ฮอร์โมน hCG หรือฮอร์โมนที่เรียกว่า Human Chorionic Gonadotropin อยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมาเมื่อไข่ที่ปฏิสนธิฝังตัวในผนังมดลูกแล้ว ทำให้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง อาการที่พบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์ เช่น
- ประจำเดือนขาด ถือเป็นสัญญาณสำคัญอันดับแรก โดยเฉพาะผู้ที่มีรอบเดือนสม่ำเสมอ
- คลื่นไส้ อาเจียน (โดยเฉพาะช่วงเช้า) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- เจ็บคัดเต้านม เต้านมขยาย หรือหัวนมสีเข้มขึ้น
- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ
- ปัสสาวะบ่อยขึ้น
- ไวต่อกลิ่นและรสชาติอาหารมากกว่าปกติ
วิธีดูที่ตรวจครรภ์
วิธีดูที่ตรวจครรภ์ให้ได้ผลและแม่นยำที่สุด ก็คือช่วงเช้าหรือหลังตื่นนอน เนื่องจากปัสสาวะมีความเข้มข้นของฮอร์โมน hCG สูงที่สุด ทำให้ผลตรวจออกมาแม่นยำสูงนั่นเอง โดยจะมีวิธีการตรวจ 6 วิธี ดังนี้
1. วิธีตรวจครรภ์แบบจุ่ม (Strip Test)
วิธีตรวจครรภ์แบบจุ่มได้รับความนิยมมาก ๆ ซึ่งวิธีดูที่ตรวจครรภ์ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
| วิธีตรวจครรภ์แบบจุ่ม (Strip Test) | รายละเอียด |
|---|---|
| วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม | 1. เก็บปัสสาวะใส่ภาชนะที่สะอาดและแห้ง 2. ถือแถบตรวจด้านลูกศรลง 3. จุ่มปลายแถบลงในปัสสาวะ ไม่เกินขีดที่กำหนด 4. รอประมาณ 3–5 นาที แล้วดูผล |
| วิธีดูที่ตรวจครรภ์แบบจุ่ม | – ขึ้น 2 ขีด = ตั้งครรภ์ – ขึ้น 1 ขีด = ไม่ตั้งครรภ์ – ไม่ขึ้นขีดเลย = ชุดตรวจอาจเสียหรือใช้ผิดวิธี |
| ข้อควรระวัง | – ห้ามจุ่มลึกเกินเส้นกำหนด – ห้ามจับบริเวณแถบทดสอบ |
2. วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบปากกา (Midstream)
ที่ตรวจครรภ์แบบปากกาก็เป็นอีกหนึ่งแบบที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันเช่นเดียวกัน เพราะใช้งานง่าย ไม่ต้องใช้ภาชนะรองรับปัสสาวะ ซึ่งวิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบปากกานั้น มีอยู่ 4 ขั้นตอน ได้แก่
| วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบปากกา (Midstream) | รายละเอียด |
|---|---|
| วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบปากกา | 1. เปิดฝาครอบปลายที่ตรวจ 2. ปัสสาวะผ่านแท่งตรวจประมาณ 5–10 วินาที 3. ปิดฝาแล้ววางราบ 4. รอประมาณ 1–5 นาที แล้วอ่านผล |
| วิธีดูที่ตรวจครรภ์แบบปากกา | – สัญลักษณ์ + หรือ 2 ขีด = ตั้งครรภ์ – สัญลักษณ์ – หรือ 1 ขีด = ไม่ตั้งครรภ์ |
| ข้อควรระวัง | – ไม่ควรฉี่บนแถบตรวจนานเกินไป – ไม่ควรเขย่าแท่งหลังใช้งาน |
3. วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบหยด หรือแบบตลับ (Cassette Test)
สำหรับวิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบหยดหรือแบบตลับนั้น สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
| วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบหยด หรือแบบตลับ (Cassette Test) | รายละเอียด |
|---|---|
| วิธีใช้ที่ตรวจครรภ์แบบหยดหรือแบบตลับ | 1. เก็บปัสสาวะใส่ภาชนะ 2. ใช้หลอดดูดปัสสาวะขึ้นมา 3. หยดลงช่องทดสอบประมาณ 2–3 หยด 4. รอ 1–5 นาที แล้วดูผล |
| วิธีดูที่ตรวจครรภ์แบบหยดหรือแบบตลับ | – ขึ้น 2 ขีด = ตั้งครรภ์ – ขึ้น 1 ขีด = ไม่ตั้งครรภ์ |
| ข้อควรระวัง | – อย่าหยดน้ำยามากเกินไป – วางตลับบนพื้นราบเสมอ |
4. การตรวจภายในห้องปฏิบัติการ (Laboratory Test)
วิธีเช็คการตั้งครรภ์ที่แม่นยำมากที่สุดก็คือการตรวจภายในห้องปฏิบัติการ ซึ่งมักจะตรวจในโรงพยาบาลหรือคลินิก โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการวิเคราะห์ ทำให้ผลตรวจมีความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความชัดเจนตั้งแต่ระยะแรก
5. การตรวจด้วยการเจาะเลือด
ข้อมูลจาก Medlabsgroup ระบุเอาไว้ว่า การตรวจครรภ์ด้วยการเจาะเลือด เป็นการเช็คการตั้งครรภ์ด้วยการตรวจหาระดับ hCG ในเลือด ซึ่งสามารถตรวจพบได้เร็วกว่าการตรวจการตั้งครรภ์ด้วยปัสสาวะ ทั้งยังบอกระดับฮอร์โมนได้อีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการติดตามความคืบหน้าของการตั้งครรภ์
6. การตรวจด้วยการอัลตร้าซาวด์
การตรวจครรภ์ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เช่น การอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ มักทำเพื่อดูถุงการตั้งครรภ์และตัวอ่อนในมดลูก โดยทั่วไปจะเห็นชัดขึ้นเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 5–6 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งจะช่วยยืนยันตำแหน่งการฝังตัวของตัวอ่อนได้อย่างแม่นยำ
ถ้ารู้ว่าตั้งครรภ์ ต้องทำอย่างไรบ้าง?
หากถามว่าเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ ควรทําอย่างไร? หลังจากรู้วิธีดูที่ตรวจครรภ์และทราบว่าตั้งครรภ์แล้ว บรรดาคุณแม่ทั้งมือใหม่และมือโปร ควรดูแลสุขภาพของตนให้เหมาะสม เพื่อสุขภาวะที่ดีของตัวเองและลูกในท้อง เช่น นัดพบแพทย์และฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ, ทานอาหารที่มีกรดโฟลิกเพื่อลดความเสี่ยงความพิการของทารก, งดแอลกอฮอล์ และพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้นสรุปได้ว่า วิธีดูที่ตรวจครรภ์ให้ได้ผล คือ ต้องใช้อย่างถูกวิธีและตรวจในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้ผลลัพธ์มีความแม่นยำขึ้น และหากทราบว่าตั้งครรภ์แล้ว ควรไปตรวจที่คลินิกสูตินรีเวชเพิ่มเติม และทำการฝากภรรภ์ให้เร็วที่สุด ที่สำคัญ อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอ ดภัยของตัวคุณแม่เอง และลูกน้อยในท้องด้วย
